หูดหงอนไก่ คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ฮิวแมนแปปิโลมาไวรัส (HPV) มีลักษณะเป็นตุ่มหรือแผ่นนูน นิ่มๆ คล้ายดอกกะหล่ำ สีชมพูหรือสีเดียวกับผิวหนัง ยื่นออกมาบริเวณอวัยวะเพศและบริเวณใกล้เคียง
สารบัญ
หูดหงอนไก่สาเหตุ
สาเหตุหลักของการเกิด หูดหงอนไก่ พบว่า 90% มาจากการติดเชื้อ ไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ คือสายพันธุ์ที่ 6 และ 11 ซึ่งติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง โดยส่วนใหญ่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกันกับผู้ที่มีเชื้อ สามารถพบได้ทุกเพศ ทุกวัย
หูดหงอนไก่ มีอาการอย่างไรบ้าง ?

อาการของหูดหงอนไก่ มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค บางรายอาจไม่มีอาการเลย แต่บางรายอาจมีอาการดังต่อไปนี้
- มักพบตุ่มเนื้อ ยื่นออกจากผิวหนัง มักมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ หรือหงอนไก่
- ตุ่มเนื้ออาจมีสีขาว สีชมพู สีแดง หรือสีเดียวกับผิวหนัง
- ตุ่มเนื้ออาจมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร หรือใหญ่จนรวมตัวกันเป็นก้อนโต
- รู้สึกคันบริเวณที่เป็นหูดหงอนไก่
- รู้สึกแสบร้อน รู้สึกไม่สบายตัว หรือเจ็บบริเวณที่เป็นหูดหงอนไก่
- เลือดออกจากตุ่มเนื้อ หรือไหลออกทางช่องคลอด โดยเฉพาะขณะมีเพศสัมพันธ์
- ตกขาวผิดปกติ ตกขาวมีสีเหลือง ใส หรือมีกลิ่นเหม็น
- หูดหงอนไก่ที่มีขนาดใหญ่อาจอุดกั้นช่องคลอด ทวารหนัก หรือท่อปัสสาวะ ส่งผลต่อการขับถ่าย หรือขณะปัสสาวะ
ระยะเวลาฟักตัว หูดหงอนไก่
หูดหงอนไก่มีระยะเวลาฟักตัวอยู่ที่ประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 8 เดือน
ตำแหน่งที่มักพบหูดหงอนไก่
- รอบปากช่องคลอด
- ใต้หนังหุ้มปลายองคชาติ
- บริเวณลำองคชาติที่ขลิบแล้ว
- ปากมดลูก
- ช่องคลอด
- ท่อปัสสาวะ
- รอบทวารหนัก
การวินิจฉัยหูดหงอนไก่

แพทย์จะวินิจฉัยหูดหงอนไก่ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
การตรวจลักษณะของหูด
- ติ่งเนื้อสีชมพูหรือสีเดียวกับผิวหนัง
- นูนขึ้นเป็นหยัก คล้ายหงอนไก่ หรือดอกกะหล่ำ
- มักพบที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือขาหนีบ
การตรวจร่างกาย
- แพทย์จะตรวจบริเวณที่สงสัยว่าเป็นหูดหงอนไก่
- อาจใช้กรดอะซิติกเจือจางเพื่อทำให้หูดมีสีซีดลงและเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- นำกล้องหรือแว่นขยายมาส่องเพื่อดูลักษณะของหูด
การตรวจเพิ่มเติม
- การตรวจแปปสเมียร์ ตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก
- การตรวจหาเชื้อ HPV ตรวจหาสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง
- บางกรณี แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
การวินิจฉัยหูดหงอนไก่ สามารถทำได้โดยแพทย์ทั่วไป สูตินรีแพทย์ หรือแพทย์ผิวหนัง
แนวทางการป้องกันหูดหงอนไก่
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับรอยโรค
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
การรักษา หูดหงอนไก่

การรักษาหูดหงอนไก่มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนหูด รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ตัวเลือกการรักษา ได้แก่
| การรักษาด้วยยา | ยาทา imiquimod (Aldara) และ podophyllin (Podofilox) สามารถใช้รักษาหูดหงอนไก่ได้ |
| การรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้า | การรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้า เกี่ยวข้องกับการเผาหูดหงอนไก่ด้วยไฟฟ้า วิธีนี้มักใช้รักษาหูดที่มีขนาดใหญ่หรืออยู่ลึก |
| การรักษาด้วยการจี้ด้วยความเย็น | การรักษาด้วยการจี้ด้วยความเย็น เกี่ยวข้องกับการแช่แข็งหูดหงอนไก่ด้วยไนโตรเจนเหลว วิธีนี้มักใช้รักษาหูดที่มีขนาดเล็ก |
| การรักษาด้วยการผ่าตัด | การผ่าตัดเป็นตัวเลือกสุดท้ายสำหรับการรักษาหูดหงอนไก่ มักใช้รักษาหูดที่มีขนาดใหญ่หรืออยู่ลึก |
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
หากคุณคิดว่าคุณอาจเป็น หูดหงอนไก่ หรือมีอาการใกล้เคียงกับการเป็นหูดหงอนไก่ สิ่งสำคัญคือต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และการรักษาที่เหมาะสม การรักษาในระยะเริ่มต้นสามารถป้องกันไม่ให้หูดลุกลาม และแพร่กระจายไปยังผู้อื่น