เริ่ม PrEP ครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวซับซ้อน สิ่งสำคัญคือไปคุยกับหน่วยบริการและตรวจให้แน่ใจก่อนว่ายังไม่มี HIV จากนั้นเจ้าหน้าที่จะช่วยดูสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และรูปแบบชีวิต เพื่อเลือกวิธีป้องกันที่เหมาะกับคุณ

จำง่าย ๆ: อย่าซื้อ PrEP มาเริ่มเองจากคำแนะนำออนไลน์ เพราะชื่อยาที่คล้ายกันอาจมีวิธีใช้และข้อควรระวังต่างกัน การตรวจ HIV ก่อนเริ่มช่วยให้ได้รับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น

เริ่ม PrEP ครั้งแรก ต้องตรวจอะไรบ้าง

รายการจริงของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปหน่วยบริการจะพูดคุยและพิจารณาเรื่องต่อไปนี้:

  • ตรวจ HIV เพื่อยืนยันว่า PrEP เป็นทางเลือกที่เหมาะในขณะนั้น
  • สุขภาพไต สำหรับยาแบบรับประทานบางชนิด
  • ไวรัสตับอักเสบบี เพราะยาบางชนิดออกฤทธิ์ต่อไวรัสนี้ด้วย
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเลือกตรวจตามตำแหน่งสัมผัสและประวัติ
  • การตั้งครรภ์หรือการวางแผนตั้งครรภ์ เมื่อเกี่ยวข้องกับการเลือกวิธีดูแล
  • ยาและอาหารเสริม รวมถึงฮอร์โมน สมุนไพร และยาที่ซื้อเอง

ไม่จำเป็นต้องขอตรวจทุกอย่างเองก่อนเดินเข้าคลินิก เจ้าหน้าที่จะช่วยเลือกสิ่งที่จำเป็นตามชนิด PrEP และข้อมูลของคุณ

ทำไมต้องตรวจ HIV ก่อนเริ่ม

PrEP ใช้ป้องกัน HIV สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อ หากมี HIV อยู่แล้ว ต้องใช้แผนดูแลอีกแบบที่ครบถ้วนกว่า การเริ่ม PrEP โดยไม่ตรวจอาจทำให้ได้รับยาไม่เหมาะกับสถานการณ์

เจ้าหน้าที่อาจถามว่าเคยตรวจครั้งล่าสุดเมื่อไร มีเหตุสัมผัสล่าสุดวันไหน เคยใช้ PrEP หรือ PEP หรือไม่ และช่วงนี้มีอาการผิดปกติไหม คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ตัดสิน แต่ช่วยเลือกชนิดและเวลาตรวจให้เหมาะสม

ถ้าเหตุเสี่ยงเพิ่งเกิดควรทำอย่างไร

หากเหตุเกิดภายใน 72 ชั่วโมง ให้บอกหน่วยบริการทันที เพราะอาจต้องประเมิน PEP ซึ่งเป็นยาป้องกันหลังสัมผัสและควรเริ่มเร็วที่สุด PrEP ไม่ได้ทำหน้าที่ย้อนกลับไปป้องกันเหตุที่เกิดแล้ว ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้วก็ยังควรบอกหน่วยบริการ เพราะแนวทางของไทยให้แพทย์พิจารณาเรื่อง PEP เป็นราย ๆ ไป

หลังจบ PEP เจ้าหน้าที่สามารถช่วยวางแผนต่อเป็น PrEP เพื่อไม่ให้มีช่องว่างในการป้องกัน อย่ารอให้มีอาการ เพราะ HIV ระยะแรกอาจไม่มีอาการที่บอกได้แน่ชัด

Quicky

ทำไมต้องถามเรื่องไตและไวรัสตับอักเสบบี

PrEP แบบรับประทานบางชนิดต้องคำนึงถึงการทำงานของไต หากเคยมีโรคไต เบาหวาน ความดัน หรือใช้ยาหลายชนิด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ การมีผลตรวจผิดปกติไม่ได้หมายความว่าจะใช้ PrEP ไม่ได้เสมอไป แต่อาจต้องเลือกชนิดหรือติดตามต่างออกไป

ยาบางชนิดที่ใช้เป็น PrEP ช่วยกดไวรัสตับอักเสบบีด้วย หากมีไวรัสตับอักเสบบี การหยุดยาโดยไม่มีแผนอาจทำให้ตับอักเสบกำเริบ จึงควรทราบสถานะและวางแผนก่อนเริ่มหรือหยุดยา

PrEP ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นไหม

PrEP ป้องกัน HIV แต่ไม่ป้องกันซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม เริม HPV หรือการตั้งครรภ์ หน่วยบริการอาจเสนอการตรวจตามช่องทางสัมผัส เช่น คอ อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก เพราะบางโรคไม่มีอาการและตรวจเลือดอย่างเดียวไม่พบ

การตรวจพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องน่าอายและไม่ได้แปลว่าคุณทำอะไรผิด เจ้าหน้าที่สามารถช่วยวางแผนดูแลและป้องกันต่อได้

ควรเตรียมข้อมูลอะไรไปคลินิก

  • วันที่ตรวจ HIV ล่าสุดและรูปผลตรวจถ้ามี
  • วันและลักษณะเหตุสัมผัสล่าสุด
  • ประวัติใช้ PrEP หรือ PEP และวันที่หยุด
  • รูปฉลากยา อาหารเสริม สมุนไพร และฮอร์โมนทั้งหมด
  • โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และข้อมูลการตั้งครรภ์เมื่อเกี่ยวข้อง
  • ข้อจำกัดเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย การเดินทาง และความเป็นส่วนตัว

หากจำข้อมูลไม่ได้ทั้งหมดก็ยังไปขอคำปรึกษาได้ ไม่ควรเลื่อนเพียงเพราะเอกสารไม่ครบ โดยเฉพาะเมื่อเหตุสัมผัสเพิ่งเกิด

เลือกแบบรายวันหรือ On-Demand อย่างไร

แนวทางประเทศไทยปี 2568 มีรายละเอียดตามชนิดยา เพศกำเนิด และช่องทางสัมผัสมากขึ้น จึงไม่ควรใช้ประโยคสั้น ๆ ว่าแบบ On-Demand ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้กับเพศใดเพศหนึ่งเสมอไป

ให้เล่ารูปแบบการมีเพศสัมพันธ์และความสามารถในการวางแผนตามจริง เจ้าหน้าที่จะช่วยอธิบายว่าแบบรายวัน แบบตามเหตุการณ์ หรือทางเลือกอื่นเหมาะกว่า อย่าสลับแผนเอง เพราะการใช้แบบ On-Demand ไม่ใช่การกินรายวันแบบไม่สม่ำเสมอ

อ่านภาพรวมได้ที่ คู่มือเริ่มใช้ PrEP และหากกังวลเรื่องการลืมยา อ่าน PrEP ลืมกินต้องทำอย่างไร

Love2Test

หลังเริ่มแล้วต้องกลับมาติดตามไหม

ต้องติดตามตามนัด เพื่อยืนยันสถานะ HIV ดูผลข้างเคียง ทบทวนการใช้ยา และตรวจเรื่องสุขภาพอื่นตามความเหมาะสม ตารางนัดต่างกันตามชนิด PrEP และสุขภาพของแต่ละคน จึงควรถามวันนัดและช่องทางติดต่อก่อนกลับบ้าน

หากยาหมด ลืมหลายมื้อ มีเหตุสัมผัสระหว่างขาดยา หรือมีอาการที่กังวล ให้ติดต่อหน่วยบริการก่อนวันนัด อย่าเพิ่มยาเป็นสองเท่าหรือเปลี่ยนรูปแบบเอง

คำถามที่ควรถามก่อนกลับบ้าน

  • ควรเริ่มยาเมื่อไร และช่วงแรกต้องใช้วิธีป้องกันอื่นร่วมด้วยไหม
  • ถ้าลืมยา อาเจียน หรือยาหมด ควรติดต่อใคร
  • ยานี้เกี่ยวข้องกับไต ไวรัสตับอักเสบบี หรือยาประจำอย่างไร
  • นัดตรวจและรับยาครั้งต่อไปวันไหน
  • ถ้าต้องการหยุดหรือเปลี่ยนรูปแบบ ต้องวางแผนอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

ต้องอดอาหารก่อนตรวจไหม

ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกแห่ง ให้ถามหน่วยบริการก่อนวันนัด หากไม่ได้รับคำสั่งเฉพาะ ไม่ควรงดอาหารหรือหยุดยาประจำเอง

ใช้ฮอร์โมนอยู่ เริ่ม PrEP ได้ไหม

หลายคนใช้ร่วมกันได้ แต่ควรแจ้งชื่อและวิธีใช้ฮอร์โมน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจชนิด PrEP และวางการติดตามที่เหมาะสม

ซื้อชุดตรวจ HIV มาตรวจเองแล้วเริ่มยาได้ไหม

ผลตรวจด้วยตนเองมีประโยชน์ แต่บางสถานการณ์ต้องใช้การตรวจหรือการประเมินเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อเหตุสัมผัสเพิ่งเกิดหรือเพิ่งใช้ PEP/PrEP จึงควรให้หน่วยบริการยืนยันก่อนเริ่ม

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องการ PrEP ขอคุยก่อนได้ไหม

ได้ การขอข้อมูลไม่ได้ผูกมัดว่าต้องเริ่มยา คุณสามารถถามเรื่องประโยชน์ ข้อจำกัด ค่าใช้จ่าย และทางเลือกอื่นก่อนตัดสินใจ

Buddy Chat — Love2Test

สรุป

ก่อนเริ่ม PrEP ครั้งแรก ให้ตรวจ HIV และคุยเรื่องสุขภาพ ยาที่ใช้ เหตุสัมผัส และรูปแบบชีวิตกับหน่วยบริการ การตรวจไต ไวรัสตับอักเสบบี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือการตั้งครรภ์จะพิจารณาตามความเหมาะสม หากเหตุเสี่ยงอยู่ใน 72 ชั่วโมง ให้ถามเรื่อง PEP ทันทีแทนการรอนัด PrEP

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจทาน

ตรวจทานแหล่งข้อมูลล่าสุด: 5 ตุลาคม 2569